Metal Detector แค่ทำ Test Piece ยังไม่พอ!

Metal Detector บริการสอบเทียบ เครื่องมือวัด

ในหลายโรงงาน Metal Detector ถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องตรวจจับโลหะปลายไลน์ แต่ในมุมของระบบคุณภาพ เครื่องมือนี้คือ ด่านสุดท้ายของความปลอดภัยสินค้า

ปัญหาที่พบบ่อยคือ โรงงานจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจผิดว่า

“ถ้าเครื่องยังใช้งานได้ และตรวจเจอโลหะอยู่ แปลว่ายังไม่จำเป็นต้องสอบเทียบ”

ซึ่งในความเป็นจริง แนวคิดนี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และบรรจุภัณฑ์

🔍 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสอบเทียบ Metal Detector ที่หลายโรงงานมองข้าม

❌ เครื่องไม่เสีย = ไม่ต้องสอบเทียบ
ในความเป็นจริง เครื่องอาจยังใช้งานได้ตามปกติ แต่ค่าความแม่นยำอาจคลาดเคลื่อนโดยไม่แสดงอาการผิดปกติ

❌ มีการทดสอบด้วย Test Piece ทุกวัน = เพียงพอแล้ว
Test Piece เป็นเพียงการตรวจสอบการทำงานเบื้องต้น ไม่สามารถยืนยันความแม่นยำหรือความถูกต้องตามมาตรฐานได้

❌ สอบเทียบเฉพาะช่วง Audit ก็เพียงพอ
การสอบเทียบที่ถูกต้องต้องมีความต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าโรงงานมีการควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงตรวจประเมิน

🎯ประเด็นสำคัญที่ควรเข้าใจให้ถูกต้อง
🔹ทำ Test Piece ทุกวัน ≠ เครื่องมีความแม่นยำตามมาตรฐาน
🔹เครื่องยังตรวจเจอโลหะ ≠ ผ่านข้อกำหนดของระบบคุณภาพและ Audit
🔹ไม่มีใบสอบเทียบ ≠ ไม่สามารถแสดงหลักฐานการควบคุมความเสี่ยงได้

👉 ในมุมของ Auditor สิ่งที่พิจารณาไม่ใช่แค่ “เครื่องยังทำงานได้” แต่คือ ความแม่นยำที่สามารถพิสูจน์และตรวจสอบย้อนกลับได้

ความจริง คือ Metal Detector สามารถคลาดเคลื่อนได้โดยไม่แสดงอาการผิดปกติ
ค่าความไว (Sensitivity) อาจลดลงทีละน้อย จนไม่สามารถตรวจจับโลหะขนาดเล็กได้ตามที่กำหนด

🎯ความเสี่ยงของ Metal Detector ที่ไม่ได้สอบเทียบ

✅โลหะปนเปื้อนหลุดรอดไปกับสินค้า
✅สินค้าไม่ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
✅ไม่สามารถแสดงหลักฐานการสอบเทียบต่อ Auditor
✅เสี่ยงต่อการเรียกคืนสินค้า (Product Recall)
✅ความเชื่อมั่นของลูกค้าและแบรนด์ลดลง

ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้สูญเสียลูกค้าไปตลอด

🔍เมื่อไร “ควร” สอบเทียบ Metal Detector

1️⃣สอบเทียบตามรอบระยะเวลาที่กำหนด

โดยทั่วไปแนะนำให้ดำเนินการสอบเทียบ Metal Detector อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้น หากเป็นสายการผลิตที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีข้อกำหนดในระบบคุณภาพ เช่น GMP, HACCP, ISO

การสอบเทียบตามรอบระยะเวลาที่กำหนด ช่วยยืนยันว่าเครื่องมือยังคงมีความแม่นยำอย่างสม่ำเสมอ
และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อมีการตรวจประเมิน

2️⃣ก่อนและหลังการตรวจ Audit

Metal Detector มักถูกจัดเป็น Critical Control Point (CCP) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ Auditor ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ประเด็นหลักที่ Auditor พิจารณา ได้แก่
✔️ ใบรับรองผลการสอบเทียบ (Calibration Certificate)
✔️ ความต่อเนื่องของประวัติการสอบเทียบ
✔️ ความสอดคล้องกับมาตรฐานอ้างอิง (Traceability)

หากไม่สามารถแสดงเอกสารที่ครบถ้วนและชัดเจนได้ อาจส่งผลให้ ไม่ผ่านการตรวจประเมินทันที แม้เครื่องจะยังสามารถใช้งานได้ตามปกติก็ตาม

3️⃣หลังการซ่อมบำรุงหรือปรับตั้งเครื่อง

ทุกครั้งที่ Metal Detector มีการเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงาน เช่น
✔️ เปลี่ยนอะไหล่หรือชิ้นส่วนภายใน
✔️ ปรับค่า Sensitivity หรือพารามิเตอร์การตรวจจับ
✔️ เคลื่อนย้ายตำแหน่งเครื่อง หรือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการติดตั้ง

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อความแม่นยำและประสิทธิภาพในการตรวจจับโลหะ
แม้เครื่องจะยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

ดังนั้น ควรดำเนินการสอบเทียบใหม่ทุกครั้ง เพื่อยืนยันว่า Metal Detector ยังตรวจจับโลหะได้ตรงตามค่าที่กำหนด
และสอดคล้องกับข้อกำหนดของระบบคุณภาพและการตรวจประเมิน (Audit)

4️⃣เมื่อเปลี่ยนชนิดสินค้า หรือไลน์การผลิต

สินค้าแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการตรวจจับโลหะของ Metal Detector เช่น ความชื้น ความหนา ความหนาแน่นของสินค้า รวมถึงชนิดของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งาน

เมื่อมีการเปลี่ยนชนิดสินค้า หรือปรับเปลี่ยนไลน์การผลิต สภาวะการตรวจจับจะไม่เหมือนเดิม แม้จะใช้เครื่องรุ่นเดิมและค่าการตั้งค่าเดิมก็ตาม

การสอบเทียบจึงมีความจำเป็น เพื่อยืนยันว่า Metal Detector ยังสามารถตรวจจับโลหะได้อย่างแม่นยำ และเหมาะสมกับสภาวะการผลิตใหม่ตามข้อกำหนดของระบบคุณภาพ

5️⃣เมื่อผลการตรวจจับเริ่มไม่สม่ำเสมอ

หากพบว่า Metal Detector มีพฤติกรรมการตรวจจับที่ผิดปกติ เช่น
✔️ ตรวจจับโลหะได้ไม่สม่ำเสมอ ตรวจเจอบ้าง ไม่เจอบ้าง
✔️ ต้องเพิ่มขนาด Test Piece มากกว่าที่กำหนด จึงสามารถตรวจจับได้
✔️ เกิด False Alarm บ่อยผิดปกติ กระทบต่อการผลิต

อาการเหล่านี้ถือเป็น สัญญาณเตือนว่าความแม่นยำของเครื่องอาจลดลง แม้เครื่องจะยังทำงานได้ตามปกติ

การสอบเทียบจะช่วยตรวจสอบและยืนยันประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Metal Detector ก่อนที่ความคลาดเคลื่อนจะกลายเป็นความเสี่ยงต่อคุณภาพสินค้าและการตรวจประเมิน

🔍Test Piece สำคัญอย่างไรในระบบคุณภาพ

ในระบบคุณภาพ Test Piece ถือเป็นเครื่องมือควบคุมกระบวนการ (Process Control) ไม่ใช่เครื่องมือยืนยันความแม่นยำของ Metal Detector

หน้าที่หลักของ Test Piece
✅ตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผลิต
✅ยืนยันว่าเครื่องยังสามารถ Reject สินค้าที่มีโลหะปนเปื้อนได้
✅ลดความเสี่ยงจากเหตุผิดพลาดเฉพาะหน้าในไลน์ผลิต

แต่ Test Piece ไม่สามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของค่าความไว (Sensitivity) ที่ค่อย ๆ ลดลงตามการใช้งาน เวลา หรือสภาพแวดล้อมได้

🔍ทำไมทำ Test Piece ทุกวัน แต่ยังไม่พอสำหรับ Audit

หลายโรงงานมีบันทึกการทดสอบ Test Piece อย่างครบถ้วน แต่ยังถูก Auditor ตั้งข้อสังเกต (NCR) เพราะขาดหลักฐานสำคัญ คือ การสอบเทียบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

ในมุมของ Auditor
✅Test Piece = หลักฐานว่ามีการควบคุมกระบวนการ
✅Calibration = หลักฐานว่ามีการควบคุมความแม่นยำของเครื่องมือ

หากไม่มี Calibration Auditor ไม่สามารถยืนยันได้ว่า Metal Detector ตรวจจับโลหะได้ตามค่าที่กำหนดอย่างแท้จริง

ตัวอย่างความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย
❌เครื่องผ่าน Test Piece ทุกครั้ง แต่โลหะขนาดเล็กยังหลุดรอด
❌ต้องเพิ่มขนาด Test Piece จากที่เคยใช้จึงจะตรวจจับได้
❌เครื่องไม่เสีย แต่ถูกตั้ง NCR เรื่องเอกสารสอบเทียบ

สถานการณ์เหล่านี้มักเกิดจาก การพึ่งพา Test Piece โดยไม่มีการสอบเทียบรองรับ

แนวทางที่ถูกต้อง: ใช้ Test Piece ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
✔️ใช้ Test Piece ตามแผนที่กำหนด (รายวัน / รายกะ)
✔️บันทึกผลการทดสอบอย่างต่อเนื่อง
✔️เปรียบเทียบผล Test Piece กับค่าที่ได้จากการสอบเทียบ
✔️ทบทวนผลทันที หากพบความผิดปกติ

เมื่อ Test Piece ทำงานร่วมกับการสอบเทียบ โรงงานจะสามารถควบคุมความเสี่ยงได้ทั้ง ระยะสั้นและระยะยาว

Metal Detector บริการสอบเทียบ เครื่องมือวัด Test Piece
ตารางเปรียบเทียบการสอบเทียบ Metal Detector vs การทดสอบด้วย Test Piece

🔍ทำไม Auditor ให้ความสำคัญกับการสอบเทียบ Metal Detector

✔️Metal Detector เป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ:
✔️ความปลอดภัยของผู้บริโภค
✔️ความเสี่ยงทางกฎหมาย
✔️ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร

การมีหลักฐานการสอบเทียบที่ถูกต้อง คือการแสดงว่าโรงงาน ควบคุมความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

🔍คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอบเทียบ Metal Detector

Metal Detector ต้องสอบเทียบกี่ครั้งต่อปี?
✔️อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเป็นไปตามข้อกำหนดของระบบคุณภาพ

Test Piece ใช้แทนการสอบเทียบได้หรือไม่?
✔️ไม่ได้ Test Piece เป็นเพียงการทดสอบการทำงาน ไม่ใช่การยืนยันความแม่นยำ

ไม่มีใบสอบเทียบ มีผลต่อ Audit หรือไม่?
✔️มีผลโดยตรง อาจไม่ผ่าน GMP, HACCP หรือ ISO

สรุป : Metal Detector ที่แม่นยำ ไม่ได้วัดจาก “การใช้งานได้” แต่วัดจาก การสอบเทียบที่พิสูจน์ได้
การสอบเทียบอย่างสม่ำเสมอ คือรากฐานของความปลอดภัย มาตรฐาน และความเชื่อมั่นขององค์กร

 

หากไม่แน่ใจว่า Metal Detector ของโรงงานควรสอบเทียบเมื่อใด สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบเทียบ
เพื่อประเมินความถูกต้องและความพร้อมของเครื่องมือก่อนการตรวจ Audit
ให้บริการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 พร้อม Calibration Certificate ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability)
ช่วยลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความพร้อมในการตรวจ Audit อย่างมั่นใจ

📩 ติดต่อสอบถามบริการสอบเทียบเครื่องมือวัดกับทีมผู้เชี่ยวชาญได้แล้ววันนี้
บริษัท มิราเคิล อินเตอร์เนชั่นแนล เทคโนโลยี จำกัด (MIT GROUP)